บริหารจัดการอาคาร: อันตรายจาก “ปลั๊กไฟ” “ปลั๊กพ่วง”

บริหารจัดการอาคาร: อันตรายจาก “ปลั๊กไฟ” “ปลั๊กพ่วง” เมื่อเราเดินสายไฟผิดเส้น วันนี้เราจะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับไฟฟ้าตามบ้านที่ใช้ไฟแบบ 2 เฟส กันนะครับ ว่า ถ้ามีการเดินสายสลับเส้นแล้วจะทำให้ปลั๊กพ่วงเกิดอาการเป็นเช่นไร

สายไฟของปลั๊กไฟ,ปลั๊กพ่วงนั้น มีด้วยกันทั้งหมด 3 เส้นคือ

– L คือสายที่มีศักย์ไฟฟ้า

– N คือสายที่ไฟฟ้าเป็น 0

– G คือสายดิน

โอกาสที่เดินสายผิด หรือเดินสายสลับนั้นมีโอกาสที่เป็นไปได้ แอดมินจะมีอธิบายว่าการเดินสายผิดในแต่ละเส้นนั้นมีอันตรายเช่นใดบ้าง

1. กรณีต่อสายถูกต้อง

กรณีที่ต่อสายถูกต้องและสายดินเดินอย่างสมบูรณ์ (มีค่าความต้านทานต่ำกว่า 5 โอห์ม) เราสามารถใช้งานไฟฟ้าและ และเปลือกนอกของอุปกรณ์ที่เราต่อจะไม่มีแรงดันไฟ ทำให้เราสามารถจับได้อย่างปลอดภัย

2. กรณีต่อสายดินและสาย L สลับกัน

กรณีนี้ “อันตรายมาก” ถ้าระบบที่บ้านมีเครื่องตัดไฟรั่ว เช่น เซฟทีคัท ระบบที่บ้านจะทำการตัดไฟทันที เมื่อนำเครื่องใช้ไฟฟ้ามาเสียบ จะไม่สามารถทำงานได้ แต่จะมีไฟรั่วที่เปลือกนอกส่วนโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลาที่แรงดัน 220V หากผู้ใช้งานไปสัมผัสเท้าเปล่า อาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

3. กรณีต่อสาย N (ไม่มีไฟ) และสาย L (เส้นมีไฟ) สลับกัน

กรณีนี้เป็นการหลาย ๆ บ้าน ในส่วนของปลั๊กไฟ ปลั๊กพ่วงนั้น เนื่องจากเวลาสวิตช์ตัด สวิตช์จะตัดที่สาย L (เส้นมีไฟ) แต่ถ้ามีการเดินสายไฟสลับกัน แทนที่จะตัดที่เส้นมีไฟ แต่ไปตัดเส้นที่ไม่มีไฟแทน ดังนั้นทำให้ถึงแม้ว่าเราจะปิดสวิตช์ที่ปลั๊กไฟ ปลั๊กพ่วงแล้วนั้น ไฟก็จะยังเข้ามาที่ปลั๊กพ่วงผ่านทางเส้นมีไฟอยู่เช่นเดิม แต่ที่เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ทำงาน เพราะมันไม่ครบวงจร (เนื่องจากสวิตช์ไปตัดเส้น N)

· วิธีสังเกตง่าย ๆ อีกข้อคือ เวลาบ้านเราปิดสวิตช์หลอดไฟกลม ๆ แล้ว ยังรู้สึกว่าหลอดไฟยังเรืองแสงอยู่หรือไม่ ถ้ามีแสดงว่ามีโอกาสที่วงจรภายในบ้านเราเดินสายไฟผิด

เนื่องจากสมัยก่อนนั้นช่างไฟฟ้าอาจจะมาติดตั้งโดยไม่ได้มีการตรวจสอบ หรือเช็คให้หลังจากกลับ ทำให้ระบบไฟบ้านสมัยเก่านั้นมักจะมีปัญหาค่อนข้างมาก ทั้งสาย L และ N สลับกัน หรือเดินสายดินแล้วแต่สายดินไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้ทั้งนั้น ในปัจจุบัน ประชาชนมีความรู้เรื่องไฟฟ้ามากขึ้น สามารถหาข้อมูลและตรวจสอบได้ด้วยตนเอง ดังนั้น อย่าลืมเช็คระบบไฟฟ้าในบ้านให้ถูกต้องกัน